Q

เอกสารที่เกี่ยวข้องกับสัญญาประกันภัยมีอะไรบ้าง

A

1. ใบคำขอเอาประกันภัย (Application Form)
ใบคำขอเอาประกันภัยคือ เอกสารซึ่งผู้เอาประกันภัยกรอกข้อมูลของภัย หรือความเสี่ยงภัยเพื่อแสดงความประสงค์จะขอเอาประกันภัยแก่ผู้รับประกันภัย เพื่อให้ผู้รับประกันภัยได้ประเมินความเสี่ยงภัยจากข้อมูลที่ได้รับ กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยและเป็นข้อมูลพื้นฐานในการออกกรมธรรม์ประกันภัย  โดยทั่วไปผู้รับประกันภัยจะมีแบบฟอร์มใบคำขอเอาประกันภัย (Application Form)  ข้อมูลที่ต้องการคือ ชื่อ นามสกุลผู้เอาประกันภัย ที่อยู่ อาชีพ รายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุที่เอาประกันภัย ภัยที่ต้องการคุ้มครอง ส่วนได้เสียหรือความสัมพันธ์กับวัตถุที่เอาประกันภัย จำนวนเงินเอาประกันภัยความเสี่ยงภัยปัจจุบัน ประวัติการทำประกันภัย ฯลฯ   บางกรณี อาจจะต้องเพิ่มเงื่อนไขพิเศษหรือเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มหรือบอกปฏิเสธไม่รับประกันภัย ผู้รับประกันภัยอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมด้วยวีธีการต่าง ๆ ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง มิฉะนั้นจะทำให้ สัญญาประกันภัยมีผลเป็นโมฆียะ ซึ่งผู้รับประกัน ภัยสามารถบอกล้างสัญญานั้นได้ 

2. กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance Policy) 
กรมธรรม์ประกันภัยคือเอกสารสัญญาประกันภัยที่มีข้อความตรงกับความประสงค์ในใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งระบุถึงสาระสำคัญ ของข้อตกลง เงื่อนไขและความคุ้มครอง ตามสัญญาประกันภัย 

3. ใบสลักหลังกรมธรรม์ (Endorsement) 
ใบสลักหลังกรมธรรม์เป็นเอกสารที่ผู้รับประกันภัยออกให้กับผู้เอาประกันภัยไว้เป็นหลักฐานกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขคุ้มครอง ข้อยกเว้น ตลอดจนข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งในกรมธรรม์ประกันภัยได้ในระหว่างที่สัญญาประกันภัยมีผลคุ้มครอง 

4. หนังสือรับรองการประกันภัย (Certificate of Insurance)
หนังสือรับรองการประกันภัยเป็นเอกสารที่ผู้รับประกันภัยออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยเพื่อรับรองการรับประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งผู้เอาประกันภัย และผู้รับประกันภัย ได้มีกรมธรรม์เปิดไว้แล้ว การออกหนังสือรับรองการประกันภัยดังกล่าวจะกระทำเมื่อผู้เอาประกันภัยทราบจำนวนสินค้าที่เอาประกันภัย ไว้ได้ส่งลงเรือลำใด ณ ท่าเรือใด และแล่นออกจากท่าเรือเมือใด ผู้เอาประกัน ต้องแจ้งขอออกหนังสือรับรองการประกันภัยจากบริษัทประกันภัยแต่ละครั้ง หนังสือรับรองการประกันภัยจะออกได้ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์เปิดเท่านั้น 

5. หนังสือคุ้มครองชั่วคราว  (Cover Note)
หนังสือคุ้มครองชั่วคราวเป็นเอกสารที่ผู้รับประกันภัยออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยเพื่อให้การคุ้มครองชั่วคราว เช่น 30 วันในระหว่างที่ผู้รับประกันภัยรอข้อมูลบางอย่างจากผู้ขอเอาประกันภัย หรืออยู่ในระหว่างดำเนินการออกกรมธรรม์  ซึ่งในระหว่างนี้สัญญาประกันภัยย่อมเป็นไปตามข้อความ และเงื่อนไขในหนังสือคุ้มครองชั่วคราวที่ผู้รับประกันภัยออกให้ แต่โดยปกติแล้วจะเป็นเงื่อนไขและข้อคุ้มครองเช่นเดียวกับกรมธรรม์ประกันภัยจะออกให้ภายหลัง ผลของการคุ้มครองตามหนังสือคุ้มครองชั่วคราวจะสิ้นสุดลง ในกรณีที่ผู้รับประกันภัยปฏิเสธการรับประกันภัยหรือผู้รับประกันภัยได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยรายนั้นแล้ว   หรือระยะเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือคุ้มครองชั่วคราวได้สิ้นสุดลงโดยไม่มีการขยายระยะเวลาในหนังสือคุ้มครองชั่วคราวนั้นอีก 

6. กรมธรรม์เปิด  (Open Cover)
กรมธรรม์เปิดเป็นเอกสารของการประกันภัยที่เปิดความคุ้มครองแบบกว้างๆ เพื่อให้ความคุ้มครองแบบอัตโนมัติ ครอบคลุมถึงวัตถุที่เอาประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าระหว่างผู้เอาประกัน และผู้รับประกันภัย โดยปกติจะใช้กับการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล


Q

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ใกล้เคียงมูลค่าทรัพย์สินเป็นประโยชน์อย่างไร

A

เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ในการจัดทำประกันอัคคีภัย ผู้เอาประกันภัยต้องทราบมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินที่จะเอาประกันภัยก่อน โดยความทำประกันภัยให้เต็ม หรือใกล้เคียงตามมูลค่าทรัพย์สินนั้น เพราะผลเสียของการกำหนดมูลค่าทุนประกันภัย (จำนวนเงินเอาประกันภัย) สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน จะทำให้เสียเบี้ยประกันอัคคีภัยสูงและสูญเปล่า ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อเกิดภัยจะได้รับชดใช้เพียงตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินเท่านั้น  และหากผู้เอาประกันภัยกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย จะทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระเสี่ยงภัยเองบางส่วน


Q

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร

A

เมื่อเกิดเพลิงไหม้ผู้เอาประกันภัยจะได้รับค่าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามอัตราส่วนที่ได้รับความคุ้มครองเท่านั้น ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองตามสัดส่วนที่เหลือจากการคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย

ตัวอย่างเช่น  มูลค่าทรัพย์ (อาคาร) 5,000,000 บาท ได้ทำประกันอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 2,500,000 บาท ต่อมาเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง (100%) จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 2,500,000 บาท แต่ถ้าเพลิงไหม้เสีย 50 % มูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย 1,250,000 บาท จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 625,000 บาทเท่านั้น


Q

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร

A

เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งจะทำให้เสียเบี้ยประกันภัยส่วนที่เกินโดยเปล่าประโยชน์

ตัวอย่างเช่น   มูลค่าทรัพย์ (อาคาร) 1,000,000 บาท ได้ทำประกันอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท ต่อมาเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง (100%) จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 1,000,000 บาท เท่านั้น  จะเห็นได้ว่าการกำหนดจำนวนเงินที่เกินกว่ามูลค่าทรัพย์สิน500,000 บาท ทำให้เสียเบี้ยประกันภัยโดยเปล่าประโยชน์


Q

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทรัพย์สินมีอะไรบ้าง

A

สิ่งที่ผู้จัดทำประกันภัยทรัพย์สินควรรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย ได้แก่

- มูลค่าทรัพย์สินเอาประกันภัยที่เหมาะสม

- วิธีการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย

- การคำนวณเบี้ยประกันอัคคีภัย


Q

มูลค่าทรัพย์สินที่จะทำประกันภัยควรกำหนดอย่างไร

A

เพื่อให้การซื้อประกันอัคคีภัยได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ควรกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยให้มีมูลค่าใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่จะทำประกันภัย การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสามารถกำหนดโดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางหรือบริษัทผู้ประเมินราคา แต่ทรัพย์สินที่จะทำประกันภัยสามารถกำหนดเองได้ในเบื้องต้น คือสิ่งปลูกสร้าง (อาคาร)


Q

แนวทางเลือกวิธีการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยมีอะไรบ้าง

A

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยด้วยวิธีการที่แตกต่างกันมีผลต่อเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระ  ซึ่งถูกกำหนดตามสิทธิประโยชน์การได้รับชดเชยค่าสินไหมที่ไม่เหมือนกัน  ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกวิธีการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ 2 แบบ คือ

- แบบปกติ Actual value  ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำประกันภัย โดยการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ซึ่งเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ หักด้วยค่าเสื่อมราคา ณ เวลา และสถานที่ที่เกิดความเสียหาย

- แบบการชดใช้ตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ (Replacement Value) ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยในอัตราที่สูงกว่า โดยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ ณ เวลาและสถานที่ที่เกิดความเสียหาย

สูตรการคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสม

             ทุนประกันภัยหรือจำนวนเงินเอาประกันภัย (บาท) = มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง (บาท) – ค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้าง (บาท)

ค่าเสื่อมราคา หมายถึง มูลค่าของทรัพย์สินที่ลดลงอันเนื่องจากอายุการใช้งานของทรัพย์สินนั้น ซึ่งตามหลักการประกันภัยกำหนดให้อัตราค่าเสื่อมราคาต่อปีมีค่าคงที่


Q

ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) คืออะไร

A

จำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของการรับประกันภัย


Q

Cash before Cover คืออะไร

A

เป็นหลักการที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทนำมาใช้กับการประกันภัยรถยนต์   หลักการที่ว่านี้คือให้สัญญาประกันภัยรถยนต์มีผลทันทีเมื่อบริษัทประกันภัยได้รับชำระเบี้ยประกันภัย


Q

กรณีที่มีเหตุการณ์เอาประกันภัยเกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัย บริษัทฯ จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (Indemnity) อย่างไร

A

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 877 บัญญติไว้ว่า ผู้รับประกันภัยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ดังนี้ 

       1.  เพื่อจำนวนวินาศภัยอันแท้จริง

       2.  เพื่อความบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์ซึ่งได้เอาประกันภัยไว้เพราะได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องปัดความวินาศภัย

       3. เพื่อบรรดาค่าใช้จ่ายอันสมควร ซึ่งได้เสียไปเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งเอาประกันภัยไว้ไม่ให้วินาศ